Posted on

กระเป๋า Chanel รุ่นไหนน่าลงทุนและทำกำไรในระยะยาว ?

เลือกลงทุนกระเป๋า Chanel รุ่นไหนให้คุ้มค่าและยั่งยืน

Key Takeaway

การลงทุนในกระเป๋า Chanel เป็นการลงทุนเสริมที่สามารถเก็บมูลค่าในระยะยาวได้ แต่ไม่ทุกรุ่นที่ทำกำไรได้เหมือนกัน ดังนั้น การเลือกซื้อรุ่นที่ได้รับความนิยมและรักษามูลค่าได้ เช่น Classic Flap หรือ Boy Chanel คือทางเลือกที่ดี โดยควรพิจารณาจากสภาพกระเป๋า วัสดุ และช่วงเวลาที่ซื้อเพื่อให้ได้มูลค่าสูงสุดในการขายต่อ

การลงทุนในกระเป๋า Chanel ต้องเลือกรุ่นที่เหมาะสม ราคาไม่ตกง่ายและความต้องการมาก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “การลงทุนในกระเป๋า Chanel” กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในหมู่สายแฟชั่น แต่รวมถึงผู้ที่มองหาการลงทุนเสริมที่จับต้องได้ ใช้งานได้จริง และยังมีโอกาสรักษามูลค่าในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกระเป๋า Chanel ไม่ได้หมายความว่าทุกรุ่นจะสร้างผลตอบแทนได้เหมือนกัน การเลือกผิดรุ่น ผิดจังหวะ หรือไม่เข้าใจตลาดรีเซล อาจทำให้กระเป๋าที่คิดว่าน่าลงทุน กลายเป็นสินทรัพย์ที่ขายต่อยาก

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า กระเป๋า Chanel รุ่นไหนน่าลงทุน เหมาะกับการเก็บมูลค่าในระยะยาว พร้อมอธิบายปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อหรือขาย เพื่อให้การลงทุนในกระเป๋าแบรนด์เนมเป็นมากกว่าความชอบ แต่เป็นการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล

1. ลงทุนกระเป๋า Chanel คือการลงทุนแบบไหน ?

การลงทุนในกระเป๋า Chanel ควรถูกมองว่าเป็น “การลงทุนเสริม” เท่านั้น ไม่ควรมองเป็นแนวทางการลงทุนหลักเพื่อความมั่งคั่ง เพราะกระเป๋าไม่ใช่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นตัวเงินในทันทีเหมือนหุ้นหรือกองทุน แต่เป็นสินทรัพย์ที่สามารถใช้งานควบคู่ไปกับการเก็บมูลค่าได้

ความแตกต่างสำคัญคือระหว่างการซื้อกระเป๋า Chanel เพื่อใช้เองกับการซื้อเพื่อลงทุนก็คือ การซื้อเพื่อใช้จะเน้นความชอบส่วนตัว ดีไซน์ และการใช้งานเป็นหลัก ในขณะที่การซื้อเพื่อเก็บมูลค่าจะให้ความสำคัญกับรุ่น สี วัสดุ และสภาพมากกว่า

ผู้ที่เหมาะกับการลงทุนกระเป๋า Chanel มักเป็นผู้ที่เข้าใจว่าผลตอบแทนไม่ได้เกิดขึ้นรวดเร็ว และควรคาดหวังการรักษามูลค่าหรือกำไรในระยะกลางถึงยาว มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น

2. กระเป๋า Chanel รุ่นไหนน่าลงทุนในระยะยาว ?

ก่อนตัดสินใจลงทุนในกระเป๋า Chanel คุณต้องทำความเข้าใจถึงรุ่นต่าง ๆ และกลุ่มผู้ซื้อมือสอง เพราะบางรุ่นอาจจะมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ในขณะที่บางรุ่นอาจจะไม่ทำกำไรเท่าที่คาดหวัง

ลงทุนกระเป๋า Chanelรุ่นคลาสสิก

2.1 กลุ่มรุ่นคลาสสิกที่ดีมานด์ไม่ตก

รุ่นคลาสสิก เช่น Classic Flap และ 2.55 ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในตลาดกระเป๋ามือสอง ความคลาสสิกของดีไซน์ทำให้กระเป๋าเหล่านี้สามารถใช้ได้ทุกยุคสมัยและไม่ตกเทรนด์ หากคุณต้องการลงทุนในกระเป๋า Chanel ที่คุ้มค่า รุ่นนี้คือตัวเลือกที่ดี ด้วยความนิยมสูงและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ลงทุนกระเป๋า Chanel รุ่นโมเดิร์น

2.2 รุ่นโมเดิร์นที่มีศักยภาพการลงทุน

กระเป๋า Boy Chanel, Chanel 19, และ Chanel 22 คือรุ่นที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคที่ชื่นชอบดีไซน์ที่ทันสมัย แต่มีความเสี่ยงในการลงทุนมากกว่ารุ่นคลาสสิก เนื่องจากอาจถูกมองว่าเป็นเทรนด์แฟชั่นมากเกินไป ซึ่งสามารถทำให้มูลค่าของกระเป๋าเหล่านี้ไม่คงที่ได้ตลอด นักลงทุนควรพิจารณา วัสดุ และสี ที่ได้รับความนิยมสูงเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร

ลงทุนกระเป๋า Chanel รุ่นขนาดเล็ก

2.3 รุ่นขนาดเล็กที่คล่องตัวในตลาดรีเซล

กระเป๋าไซซ์ Mini และ Small เช่น Wallet on Chain (WOC) มักเป็นที่นิยมในตลาดรีเซล เนื่องจากขนาดเล็กพกพาง่ายและราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ากระเป๋าขนาดใหญ่ รุ่นเหล่านี้มีความนิยมในหมู่ผู้ซื้อหลากหลายกลุ่ม ทำให้มีโอกาสขายต่อได้ง่าย

3. กระเป๋า Chanel วินเทจ น่าลงทุนหรือไม่ ?

กระเป๋า Chanel วินเทจ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการลงทุน แต่นักลงทุนควรระวัง เนื่องจากกระเป๋าวินเทจบางรุ่น อาจจะไม่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลาเหมือนที่คาดหวังได้ ดังนั้นควรเลือกกระเป๋าวินเทจที่มีสภาพดีและเป็นที่ต้องการในตลาด หากกระเป๋ามีดีไซน์ที่หายากและสภาพยังดี การลงทุนในรุ่นนี้อาจให้ผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

4. ปัจจัยสำคัญที่ใช้ตัดสินใจลงทุนกระเป๋า Chanel

การเลือกลงทุนในกระเป๋า Chanel ไม่ใช่แค่การเลือกซื้อรุ่นที่คุณชอบ แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้การลงทุนคุ้มค่าในระยะยาว ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรคำนึงถึง รุ่น ดีไซน์ สี วัสดุ และสภาพของกระเป๋า ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีผลต่อราคาขายต่อและมูลค่าการลงทุนในอนาคต

รุ่น สี และวัสดุเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ตัดสินใจลงทุนกระเป๋า Chanel

4.1 รุ่นและดีไซน์

การเลือกรุ่น Iconic เช่น Classic Flap จะช่วยรักษามูลค่าได้ดีกว่ารุ่น Seasonal ที่มีการผลิตตามแฟชั่นในแต่ละปี นักลงทุนควรเลือกรุ่นที่ได้รับความนิยมในระยะยาว และหลีกเลี่ยงรุ่นที่มีการผลิตจำกัดแต่ไม่เป็นที่นิยมในตลาด

4.2 สีและวัสดุ

สีคลาสสิก เช่น ดำ เบจ และน้ำตาล มักจะมีมูลค่าที่รักษาได้ดีกว่าสีแฟชั่นที่อาจจะตกยุคได้เร็ว นอกจากนี้ วัสดุก็เป็นปัจจัยสำคัญ เช่น Caviar leather มักจะมีความทนทานและรักษารูปทรงได้ดีกว่า Lambskin ซึ่งอาจมีรอยขีดข่วนง่าย

4.3 สภาพกระเป๋า

สภาพของกระเป๋า เป็นปัจจัยหลักในการประเมินมูลค่าขายต่อ การตรวจสอบความสมบูรณ์ของกระเป๋า เช่น การตรวจดูอะไหล่หรือรอยขีดข่วน จะมีผลโดยตรงกับราคาขายต่อ นักลงทุนมือใหม่มักพลาดการตรวจสอบบางจุดที่สำคัญซึ่งอาจทำให้กระเป๋าเสียมูลค่า

4.4 ความครบของเซ็ตอุปกรณ์ต่าง ๆ

การมีกล่อง, การ์ด, และใบเสร็จ จะช่วยเพิ่มมูลค่าในการขายต่อได้มากขึ้น เพราะผู้ซื้อในตลาดรีเซลมักจะชื่นชอบกระเป๋าที่มีความสมบูรณ์

4.5 จังหวะราคาและช่วงเวลาซื้อ

การปรับราคาของ Chanel เกิดขึ้นตามช่วงเวลา ดังนั้น การซื้อกระเป๋าก่อนการปรับราคา หรือการซื้อในช่วงที่ราคานิ่งจะช่วยให้คุณได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด

5. ข้อควรระวังก่อนลงทุนกระเป๋า Chanel

แม้ว่ากระเป๋า Chanel จะถือเป็นการลงทุนที่ดี แต่ก็มีข้อควรระวังที่นักลงทุนต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน โดย

  • ไม่ใช่ทุกใบจะขายต่อได้กำไร : กระเป๋าบางรุ่นอาจจะไม่ทำกำไรตามที่คาดหวังได้
  • ค่าเสื่อมจากการใช้งานจริง : การใช้งานจริงอาจทำให้กระเป๋ามีรอยขีดข่วน ซึ่งส่งผลต่อการประเมินมูลค่า
  • ความผันผวนของตลาดรีเซล : ตลาดรีเซลอาจผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจและเทรนด์แฟชั่น
  • ความเสี่ยงจากของปลอมและแหล่งซื้อที่ไม่น่าเชื่อถือ : การเลือกซื้อจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถืออาจทำให้คุณได้รับกระเป๋าปลอม

6. หากต้องการขายหรือเปลี่ยนกระเป๋า Chanel ให้คุ้มค่า ควรทำอย่างไร ?

หากคุณคิดที่จะขายกระเป๋า Chanel เพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มค่า ควรให้ความสำคัญกับการประเมินมูลค่ากระเป๋า การเลือกช่องทางขาย และการเลือกผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบกระเป๋า

  • การประเมินมูลค่ากระเป๋าอย่างถูกต้อง : การประเมินราคากระเป๋าอย่างถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณขายได้ในราคาที่เหมาะสม
  • การเลือกช่องทางขายที่เหมาะสม : เลือกช่องทางขายที่เชื่อถือได้ เช่น ร้านที่เชี่ยวชาญในกระเป๋ามือสองหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีความน่าเชื่อถือ
  • ความสำคัญของผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบและตั้งราคา : ผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยตรวจสอบความแท้และตั้งราคาให้เหมาะสมกับสภาพกระเป๋า

หากคุณมีกระเป๋า Chanel ที่กำลังพิจารณาขาย เปลี่ยนรุ่น หรืออยากทราบมูลค่าปัจจุบันของกระเป๋าแต่ละใบ BRANDNAME VOYAGE รับซื้อกระเป๋า Chanel โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจตลาดรีเซล ตรวจสอบของแท้ ประเมินราคาตามสภาพจริง และให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด นำกระเป๋ามาประเมินได้ง่าย ๆ ทั้งออนไลน์และที่หน้าร้านทุกสาขา ได้แก่

  • BRANDNAME VOYAGE – RAMA 9 (ตึก G Tower ชั้น B เชื่อมกับเซ็นทรัลพระราม 9)
  • BRANDNAME VOYAGE – RANGSIT (Future Park รังสิต ชั้น 1 โซน Robinson)
  • BRANDNAME VOYAGE – PHUKET (Robinson Lifestyle ถลาง ชั้น 1)
  • และ BRANDNAME VOYAGE – CHIANG MAI ถนนมงฟอร์ต อำเภอเมืองเชียงใหม่ (เฉพาะรับซื้อ)

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Which Chanel Bag Holds Value the Best? A 2025 Investment Guide. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 จาก https://www.garderobeitaly.com/en/which-chanel-bag-holds-value-the-best-a-2025-investment-guide/
  2. Investment Guide: The 10 Best Vintage Chanel Bags to Invest in. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 จาก https://collectorscage.com/blogs/guides/investment-guide-the-top-10-best-vintage-chanel-bags-to-invest-in
  3. The Luxury Price Boom: Chanel Bag Prices Continue to Rise. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 จาก https://www.sothebys.com/en/articles/the-luxury-price-boom-why-you-should-invest-in-chanel-handbags-today

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนในกระเป๋า Chanel (FAQs)

Q : การลงทุนในกระเป๋า Chanel ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง ?

A: ควรพิจารณาปัจจัยหลายประการ เช่น รุ่น ดีไซน์ สี วัสดุ และสภาพของกระเป๋า โดยเฉพาะรุ่นคลาสสิกที่มีดีมานด์สูงและวัสดุที่ทนทาน เช่น Caviar leather

Q : รุ่นไหนของกระเป๋า Chanel ที่น่าลงทุน ?

A: รุ่นคลาสสิกเช่น Classic Flap และ 2.55 เป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากความนิยมสูงและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รุ่นโมเดิร์น เช่น Boy Chanel หรือ Chanel 19 อาจมีศักยภาพ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงกว่า

Q : การลงทุนในกระเป๋า Chanel วินเทจดีหรือไม่ ?

A: กระเป๋าวินเทจบางรุ่นอาจให้ผลตอบแทนดี แต่ต้องระวังเนื่องจากบางรุ่นอาจไม่เพิ่มมูลค่าเท่าที่คาดหวัง ควรเลือกกระเป๋าที่มีสภาพดีและดีไซน์ที่หายาก

Q : มีอะไรที่ต้องระวังในการลงทุนกระเป๋า Chanel ?

A: การเสื่อมสภาพจากการใช้งานจริง เช่น รอยขีดข่วน สามารถส่งผลต่อมูลค่าได้ นอกจากนี้ ตลาดรีเซลอาจผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจและเทรนด์แฟชั่น

Posted on

เปรียบเทียบแบบชัด ๆ กระเป๋า Chanel Classic มีไซซ์อะไรบ้าง ?

เลือกลงทุนกระเป๋า Chanel รุ่นไหนให้คุ้มค่าและยั่งยืน

Key Takeaway

การเลือกไซซ์กระเป๋า Chanel Classic ในปี 2026 ไม่ใช่เพียงการเลือกขนาดความจุ แต่คือการคัดสรรสินทรัพย์ที่ “แมตช์” กับไลฟ์สไตล์และสรีระของผู้ถือมากที่สุด ไซซ์ Mini (Square/Rectangular) โดดเด่นด้านความคล่องตัวและเป็นที่ต้องการสูงในตลาดรีเซล ขณะที่ไซซ์ Medium (11.12) คือมาตรฐานทองคำที่รักษามูลค่าได้เสถียรที่สุด เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว ส่วนไซซ์ Jumbo และ Maxi ตอบโจทย์ด้านฟังก์ชันสำหรับ Working Woman ผู้ซื้อควรพิจารณาความสมดุลระหว่างการใช้งานจริง สัดส่วนร่างกาย และเป้าหมายการลงทุน เพื่อให้ Chanel ใบนี้คุ้มค่าที่สุดทั้งในวันนี้และอนาคต

กระเป๋า Chanel Classic มีหลากหลายไซซ์ให้เลือกตามความเหมาะสม

เมื่อเอ่ยถึงกระเป๋า Chanel Classic Flap หรือรหัสตำนาน 11.12 นี่ไม่ใช่เพียงกระเป๋าถือธรรมดา แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสง่างามที่ก้าวข้ามกาลเวลา จากจุดเริ่มต้นที่ Coco Chanel ปฏิวัติวงการแฟชั่นในปี 1955 สู่การตีความใหม่โดย Karl Lagerfeld ที่ประทับตรา CC Lock อันเป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็น “สินทรัพย์” ที่เอาชนะเงินเฟ้อได้มานานหลายทศวรรษ

สำหรับปี 2026 การครอบครองกระเป๋า Chanel Classic สักใบไม่ใช่แค่เรื่องของรสนิยม แต่คือการบริหารพอร์ตการลงทุนด้านแฟชั่น คำถามสำคัญของผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อจึงไม่ใช่แค่ “สีไหนสวย ?” แต่เป็น “ไซซ์ไหนที่ใช่ ?” ทั้งในแง่การใช้งานจริง ความสมดุลกับสรีระ และสภาพคล่องในตลาดรีเซล บทความนี้จะเจาะลึกทุกมิติของขนาดกระเป๋า Chanel Classic เพื่อให้การตัดสินใจครั้งนี้ลงตัวที่สุด

Why Size Matters ? มากกว่าขนาด คือบุคลิกและมูลค่า

ก่อนจะไปดูตัวเลขเซนติเมตร สิ่งที่ต้องตระหนักคือกระเป๋าแต่ละไซซ์ของ Chanel ไม่ได้ผลิตมาเพียงเพื่อย่อหรือขยายส่วน แต่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วย Savoir-Faire หรือความชำนาญขั้นสูงระดับโอต์กูตูร์ ณ เวิร์กช็อป Ateliers de Verneuil-en-Halatte ช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ชีวิตต้องใช้เวลาร่วม 15 ชั่วโมง ผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่า 180 สเตป เพื่อประกอบชิ้นส่วนหนังและอะไหล่ให้กลายเป็นกระเป๋าหนึ่งใบ

ความละเอียดอ่อนนี้เองที่ทำให้กระเป๋า Chanel Classic ราคาแทบไม่เคยตกสำหรับของแท้ ดังนั้น การเลือก “ไซซ์” จึงเป็นตัวกำหนดบุคลิกของผู้ถือ รวมถึงกำหนด “กลุ่มเป้าหมาย” หากวันหนึ่งต้องการส่งต่อกระเป๋าใบนี้ในตลาดมือสอง

เจาะลึก 3 กลุ่มไซซ์ Chanel Classic

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เราจะแบ่งตระกูล Classic Flap ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ตามคาแรกเตอร์การใช้งานและกระแสความนิยมในปี 2026 ดังนี้

1. The Mini Family

กระเป๋า Chanel Classic กลุ่มไซซ์ Mini คือตัวแทนของความสนุกสนาน ความเยาว์วัย และเป็นกลุ่มที่มีความต้องการในตลาดสูงมาก (High Demand) เนื่องจากราคาหน้าช็อปที่เข้าถึงง่ายกว่าไซซ์ใหญ่ และผลิตออกมาในเฉดสี Seasonal ที่หลากหลาย

  • Extra Mini (Discontinued) : แม้จะเลิกผลิตในช็อปไปแล้ว แต่ในตลาดรีเซลคือ “Rare Item” ทรงจิ๋วที่ใส่ได้เพียงลิปสติกและกุญแจรถ เหมาะสำหรับนักสะสมที่มองหาความวินเทจ
  • Mini Square (7 นิ้ว) : ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยรูปทรงที่สั้นแต่สูง ทำให้จุของได้มากกว่าที่ตาเห็น สายสะพายมีความยาวพอดีสำหรับการสะพาย Crossbody โดยเฉพาะสาวเอเชียไซซ์มินิ
  • Mini Rectangular (8 นิ้ว) : หรือที่เรียกติดปากว่า “Mini 8” นี่คือ King of Mini ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล ด้วยทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง Medium ทำให้ดูหรูหราแต่คล่องตัว ใส่โทรศัพท์รุ่น Plus/Max ได้พอดี ปัจจุบันมีการปรับโฉมเล็กน้อยในบางซีซันเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

2. The Golden Standard

หากมองหากระเป๋า Chanel Classic ใบแรกที่ “Must Have” และเป็นหน้าเป็นตาของแบรนด์ นี่คือกลุ่มไซซ์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการลงทุน

  • Small Classic (9 นิ้ว) : จุดกึ่งกลางที่ลงตัวสำหรับคนรูปร่างเล็กที่รู้สึกว่า Medium ใหญ่เกินไป และ Mini เล็กเกินไป กระเป๋า Chanel Classic ไซซ์ Small มาพร้อมฝากระเป๋าสองชั้น (Double Flap) เหมือนรุ่นพี่ จุของจำเป็นได้ครบครัน เหมาะกับการใช้งานแบบ Day-to-Night
  • Medium Classic (10 นิ้ว / 11.12) : นี่คือ “The Icon” ขนาดมาตรฐานที่ Chanel ใช้ในการโฆษณาและเป็นภาพจำของคนทั่วโลก สัดส่วน 25.5 ซม.
  • คือความสมดุลที่สมบูรณ์แบบที่สุด ใส่กระเป๋าสตางค์ใบยาว (บางรุ่น) โทรศัพท์ และเครื่องสำอางได้ ในแง่การลงทุน Medium คือ กระเป๋า Chanel Classic ที่ราคาคงเส้นคงวาสำหรับใบที่เป็นของแท้ รวมถึง มีสภาพคล่องสูงสุด ซื้อง่าย ขายคล่อง และเป็นที่ต้องการของตลาดเสมอ

3. The Power Sizes

กระเป๋า Chanel Classic กลุ่มไซซ์ใหญ่ที่ตอบโจทย์ด้านฟังก์ชัน เหมาะสำหรับผู้บริหาร หรือวันที่ต้องการพกสัมภาระมากกว่าปกติ

  • Jumbo (12 นิ้ว) : ไซซ์ยอดฮิตของสาวยุค 2010s ที่ยังคงความขลังมาจนถึงปัจจุบัน สามารถใส่ iPad ขนาดเล็ก หรือสมุดโน้ตได้ เหมาะสำหรับใช้เป็น Work Bag ที่เสริมลุคให้ดูภูมิฐาน แต่ข้อควรระวังคือน้ำหนักของโซ่และหนังที่ค่อนข้างมากเมื่อสะพายนาน ๆ
  • Maxi (13 นิ้ว) : พี่ใหญ่สุดของตระกูลกระเป๋า Chanel Classic ให้ลุคที่ดู Over-Sized ทันสมัยแบบสาวปารีเซียง เหมาะสำหรับการเดินทาง (Travel Bag) หรือคนรูปร่างสูงที่ต้องการกระเป๋าที่แมตช์กับสัดส่วน

ตารางสรุปเทียบไซซ์กระเป๋า Chanel Classic (อัปเดตปี 2026)

ชื่อรุ่น ขนาด (ยาว x สูง x ลึก) ซม. เหมาะสำหรับใส่ไอเทมอะไรบ้าง ?
Mini Square 17 x 13.5 x 8 การ์ดโฮลเดอร์, ลิปสติก, แป้งตลับ
Mini Rectangular 20 x 12 x 6 มือถือ, การ์ดโฮลเดอร์, กุญแจรถ
Small 23 x 14.5 x 6 มือถือ, กระเป๋าตังค์ใบสั้น, แว่นตา
Medium (11.12) 25.5 x 15.5 x 6.5 ของใช้จำเป็นครบครัน
Jumbo 30 x 19.5 x 10 iPad Mini, สมุดโน้ต, ร่มพับเล็ก
Maxi 33 x 23 x 10 iPad 11”, ขวดน้ำเล็ก, ผ้าพันคอ

การลงทุนที่ดีคือเลือกกระเป๋า Chanel Classic ไซซ์ที่เหมาะกับตัวเอง

เลือกไซซ์อย่างไรให้ “Match” กับคุณที่สุด ?

การเลือกกระเป๋าแบรนด์เนมก็เหมือนการเลือกเสื้อผ้า สัดส่วนที่พอดีจะช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูสง่างามขึ้น นี่คือคำแนะนำในการเลือกไซซ์กระเป๋า Chanel Classic ให้เข้ากับส่วนสูง

สูงไม่เกิน 160 ซม.

  • Recommended : Mini Square, Mini Rectangular, Small
  • Why : กระเป๋าไซซ์เล็กจะไม่บดบังรูปร่าง และไม่ทำให้ดูเตี้ยลง สายของรุ่น Mini Square มักจะมีความยาวที่พอดีกับการสะพาย Crossbody สำหรับคนตัวเล็ก โดยไม่ห้อยต่ำจนเกินไป หากต้องการถือ Medium แนะนำให้สะพายไหล่แบบสายคู่ (Double Chain) จะช่วยให้ช่วงตัวดูเพรียวขึ้น

สูง 160-168 ซม.

  • Recommended : Small, Medium, Jumbo
  • Why : ช่วงความสูงนี้คือ Golden Ratio สำหรับไซซ์ Medium ถือแล้วขึ้นกล้องที่สุด ดูสมส่วนไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป สำหรับกระเป๋า Chanel Classic ไซซ์ Jumbo ก็สามารถถือได้แต่แนะนำให้ลองสะพายก่อนตัดสินใจ เพราะความหนาของกระเป๋าอาจทำให้ช่วงตัวดูหนาขึ้นได้หากสะพายข้าง

สูง 168 ซม. ขึ้นไป

  • Recommended : Medium, Jumbo, Maxi
  • Why : คนตัวสูงได้เปรียบในการถือกระเป๋าใบใหญ่ ไซซ์ Jumbo จะดูสง่างามมากเมื่ออยู่บนไหล่ของคนตัวสูง หรือหากเป็นสายแฟชั่นจัด ๆ การถือ Maxi แบบ Clutch (หนีบข้างลำตัว) จะให้ลุคที่ดู Modern และ High Fashion ที่ใครก็ต้องหันมอง

ไม่ว่าบทสรุปของคุณจะจบลงที่ความคล่องตัวของ Mini หรือความสง่างามระดับตำนานของ Medium การได้ครอบครองกระเป๋า Chanel Classic ที่ ‘ใช่’ ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม คือหัวใจสำคัญของการลงทุนในแฟชั่น ที่ BRANDNAME VOYAGE เราเข้าใจดีว่าการตามหา Chanel สักใบไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือความตั้งใจ เราจึงเป็นมากกว่าร้านแบรนด์เนม แต่คือ Destination ที่คัดสรรกระเป๋า Chanel Classic ราคาสมเหตุสมผล มั่นใจได้ว่าของแท้ทุกใบ หลากไซซ์ หลายยุค ตั้งแต่ Vintage Rare Item จนถึงรุ่นใหม่ล่าสุด มาให้คุณได้สัมผัสและเป็นเจ้าของด้วยความมั่นใจ ผ่านการตรวจสอบความแท้ที่ได้มาตรฐานสากล

แวะมาลองสะพายใบจริงเพื่อเช็กไซซ์ที่ใช่ หรือส่งกระเป๋าเข้าประเมินได้ง่าย ๆ ทั้งออนไลน์และที่หน้าร้านทุกสาขา ได้แก่

  • BRANDNAME VOYAGE – RAMA 9 (ตึก G Tower ชั้น B เชื่อมกับเซ็นทรัลพระราม 9)
  • BRANDNAME VOYAGE – RANGSIT (Future Park รังสิต ชั้น 1 โซน Robinson)
  • BRANDNAME VOYAGE – PHUKET (Robinson Lifestyle ถลาง ชั้น 1)
  • และ BRANDNAME VOYAGE – CHIANG MAI ถนนมงฟอร์ต อำเภอเมืองเชียงใหม่ (เฉพาะรับซื้อ)

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

ข้อมูลอ้างอิง

  1. 11.12The classic handbag. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 จาก https://www.chanel.com/sg/fashion/handbags/classic/
  2. Treating Your Handbag Collection Like a Stock Portfolio Just Got Easier. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 จาก https://fashionista.com/2020/10/handbags-investment-resale-value-rebag-clair-report
  3. GUIDE TO CHANEL CLASSICS. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 จาก https://www.bagreligion.com/blogs/fashion-insiders/guide-to-chanel-classics-flap-bag-boy-woc-gabrielle-chanel19?srsltid=AfmBOoqDTA6qZTBNH3wxdd_8xQv-ZbdV121tCZsvVajta0XRjgIfIMxP

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไซซ์และรุ่นของ Chanel Classic (FAQs)

Q : ระหว่างหนัง Caviar กับ Lambskin ควรเลือกแบบไหนดีกว่ากัน ?

A : ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้งาน หากเน้นความทนทาน ใช้งานบ่อย หรือเป็นใบแรก แนะนำ หนัง Caviar (Grained Calfskin) เพราะทนรอยขีดข่วนได้ดีกว่ามากและทรงแข็งกว่า ส่วน หนัง Lambskin จะให้สัมผัสที่หรูหรา นุ่มนวล และสีสดกว่า แต่เป็นรอยง่ายกว่ามาก จึงเหมาะกับคนที่ระมัดระวังหรือใช้ออกงานเป็นหลัก ในตลาดรีเซลหนัง Caviar มักจะรักษาราคาและซื้อง่ายขายคล่องกว่า

Q : กระเป๋า Chanel Classic รุ่นใหม่กับรุ่นวินเทจ ต่างกันที่ “Double Flap” จริงไหม ?

A : สำหรับรุ่น Classic Flap (11.12) ที่วางขายในช็อปปัจจุบัน ทุกไซซ์ (Small, Medium, Jumbo, Maxi) จะเป็น Double Flap (ฝาซ้อนสองชั้น) ทั้งหมด แต่ในตลาดมือสอง คุณอาจเจอไซซ์ Jumbo รุ่นเก่าที่เป็น Single Flap (ฝาชั้นเดียว) ซึ่งเลิกผลิตไปแล้ว ข้อดีของ Single Flap คือน้ำหนักเบากว่าและจุของได้มากกว่าเล็กน้อย แต่ทรงอาจจะย้วยง่ายกว่ารุ่น Double Flap

Q : ซื้อกระเป๋าปีเก่าที่มี “Hologram Sticker” หรือปีใหม่ที่เป็น “Microchip” ดีกว่า ?

A : ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน Chanel เปลี่ยนระบบจาก Hologram Sticker มาเป็น Metal Plate (ฝังชิป RFID) ตั้งแต่ช่วงปี 2021 ดังนั้น หากคุณเจอกระเป๋าที่เป็น Microchip คือกระเป๋าปีใหม่ที่มั่นใจเรื่องอายุการใช้งานได้ว่าไม่เก่าเกินไป แต่ถ้าเป็น Hologram Sticker จะเป็นกระเป๋ารุ่นก่อนปี 2021 ซึ่งหลายใบเป็นรุ่นวินเทจหายาก หรือหนังในยุคนั้นอาจมีความเต่งตึงและเทกซ์เจอร์ต่างจากปัจจุบัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบและงบประมาณ

Q : อะไหล่เงิน (SHW) กับ อะไหล่ทอง (GHW) มีผลต่อราคาขายต่อไหม ?

A : โดยทั่วไป อะไหล่ทอง (Gold Hardware) มักได้รับความนิยมสูงกว่าเล็กน้อยในตลาดเอเชียและตลาดรีเซลสากล ทำให้ในบางครั้งอาจตั้งราคาได้สูงกว่าหรือขายออกได้ไวกว่าอะไหล่เงิน อย่างไรก็ตาม อะไหล่เงินจะให้ลุคที่ดู Casual กว่า ซึ่งเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ซื้อรุ่นใหม่ ทั้งนี้สภาพความเงางามของอะไหล่สำคัญกว่าสี

Q : ไซซ์ Jumbo และ Maxi มีปัญหาเรื่อง “ทรงเสีย” ง่ายจริงไหม ?

A : เนื่องจากขนาดที่ใหญ่และน้ำหนักของหนังที่มากขึ้น ทำให้กระเป๋า Chanel Classicไซซ์ Jumbo และ Maxi มีโอกาสที่ก้นกระเป๋าจะยุบหรือมุมงอได้ง่ายกว่าไซซ์เล็ก หากเก็บรักษาไม่ดี วิธีแก้คือขณะไม่ได้ใช้งาน ต้องใส่ดันทรง หรือกระดาษดันทรงเสมอ และไม่ควรวางกระเป๋าทับกัน หากดูแลถูกวิธีก็จะสามารถรักษารูปทรงให้สวยงามได้ยาวนาน

 

Posted on

หนังคาเวียร์คืออะไร ? ไขความลับวัสดุสุดหรูที่ครองใจสายแฟ

ทำความรู้จักหนังคาเวียร์ ทำไมถึงเป็นที่ต้องการในกลุ่มคนรักแบรนด์เนม

หากเปรียบเสื้อผ้าเป็นภาษาของแฟชั่น กระเป๋าอาจเป็นเสมือนบทกวีที่สะท้อนตัวตน และวัสดุที่ใช้ก็คือน้ำหมึกที่ช่วยเติมเต็มความหมายของบทกวีนั้น โดยหนึ่งในวัสดุที่ได้รับความชื่นชอบจากแฟชั่นนิสต้าทั่วโลก ได้แก่ “หนังคาเวียร์” (Caviar Leather) ซึ่งแตกต่างจากหนังชนิดอื่นด้วยพื้นผิวเม็ดเล็กละเอียดดุจเม็ดคาเวียร์ที่เรียงตัวแน่น ช่วยสร้างทั้งความงดงามที่น่าหลงใหลและคุณสมบัติความแข็งแรงที่ไม่ธรรมดา ทำให้กระเป๋าหนังคาเวียร์ทุกใบที่สะพายอยู่บนบ่าสื่อถึงรสนิยมอันเหนือระดับ

หนังคาเวียร์คืออะไร ?

หนังคาเวียร์ คือ หนังลูกวัวแท้ที่ผ่านการเคลือบผิวและอัดลายเม็ดเล็ก ๆ คล้ายเม็ดคาเวียร์ เนื้อสัมผัสมีความนูน ละเอียด และให้ความรู้สึกพรีเมียม แตกต่างจากหนังเรียบที่อาจเกิดรอยขีดข่วนง่าย ความพิเศษของหนังชนิดนี้คือสามารถผสานทั้งความหรูหราและความคงทนไว้ในวัสดุเดียวกัน

หลายทศวรรษที่ผ่านมา หนังคาเวียร์ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในวัสดุที่ทนทานที่สุดสำหรับกระเป๋าแบรนด์เนม ดังนั้น หากเห็นวัสดุนี้ ไม่ต้องตั้งคำถามเลยว่าหนังคาเวียร์ทนไหม เพราะคำตอบคือทนแน่นอน โดยนอกจากจะช่วยป้องกันรอยขีดข่วนจากการใช้งานประจำวันแล้ว ยังสามารถคงความสวยงามไว้ได้อย่างยาวนาน กระเป๋าที่ทำจากหนังคาเวียร์จึงมักถูกเลือกให้เป็น “ใบแรก” ของใครหลายคนที่เริ่มต้นก้าวเข้าสู่โลกของกระเป๋าแบรนด์เนม

Fun Fact : หนังคาเวียร์ คือเอกลักษณ์ที่ทำให้กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นไอคอนิกอย่าง Chanel Classic Flap และ Chanel Boy ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดมาจนถึงปัจจุบัน

ทำไมหนังคาเวียร์ถึงได้รับความนิยม ?

ดีไซน์สวยหรูคลาสสิก

ลายเม็ดละเอียดเป็นดีไซน์ที่สะกดสายตาและไม่ซ้ำใคร ให้ความรู้สึกหรูหราแบบไม่ต้องตะโกนดัง ทั้งยังเข้ากับทุกสไตล์การแต่งตัว ไม่ว่าจะเป็นลุคทางการที่ต้องการความสุภาพ หรือสไตล์ Casual ในวันสบาย ๆ หนังคาเวียร์จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของผู้ถือให้ดูโดดเด่นและสง่างามได้ทุกเมื่อ

ทนทานต่อการใช้งานประจำวัน

พื้นผิวแบบเม็ดช่วยลดความชัดเจนของรอยขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้งาน ไม่ว่าจะวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้งานในชีวิตประจำวัน กระเป๋าที่ทำจากหนังคาเวียร์ก็จะยังคงรูปลักษณ์ที่สวยงามเอาไว้เสมอ

คงรูปได้ดีแม้ใช้งานบ่อย

หนังคาเวียร์มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นในตัวเองสูง จึงช่วยรักษาทรงของกระเป๋าไม่ให้เสียรูปหรือหย่อนคล้อยง่ายแม้ใช้งานบ่อยหรือใส่ของจำนวนมาก ทำให้กระเป๋าดูใหม่อยู่เสมอ และยังคงเสน่ห์ความโก้ได้อย่างไร้ที่ติ

มูลค่าการลงทุนสูง

หลายคนมักตั้งคำถามว่ากระเป๋าหนังคาเวียร์ดีไหม คำตอบคือดีมาก เพราะนอกจากจะตอบโจทย์ด้านความทนทานแล้ว ยังเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดรีเซลด้วย กล่าวคือ กระเป๋าหนังคาเวียร์มักขายต่อได้ในราคาที่น่าพึงพอใจ โดยเฉพาะกระเป๋าหนังคาเวียร์รุ่นฮิต จึงนับเป็นการลงทุนที่ให้ทั้งความสุข การใช้งาน และความมั่นใจในคุณค่า

หนังคาเวียร์มีกี่แบบ ?

แม้จะเรียกรวมกันว่าหนังคาเวียร์ แต่จริง ๆ แล้วสามารถแบ่งตามความละเอียดของเม็ดได้หลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทสามารถสะท้อนบุคลิกและสไตล์ที่แตกต่างกัน ดังนี้

หนังคาเวียร์แบบเม็ดใหญ่ ทำให้กระเป๋าดูเด่น สะดุดตา

1. หนังคาเวียร์แบบเม็ดใหญ่ (Large Grain Caviar)

หนังคาเวียร์แบบเม็ดใหญ่มีลวดลายที่ชัดเจนและเด่นสะดุดตา ทำให้พื้นผิวหนังดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น และยังมีความแข็งแรง เหมาะสำหรับการใช้งานในทุก ๆ วัน ตอบโจทย์สาว ๆ ที่ชื่นชอบการแสดงออกทางแฟชั่น

หนังคาเวียร์แบบเม็ดเล็ก สื่อถึงความหรูหราแบบคลาสสิก

2. หนังคาเวียร์แบบเม็ดเล็ก (Small Grain Caviar)

หากมองหาความหรูหราในรูปแบบที่ดูซอฟต์ละมุนโดนใจสายหวาน หนังคาเวียร์เม็ดเล็กคือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ โดยเม็ดที่ละเอียดและมีขนาดเล็กจะช่วยให้พื้นผิวหนังดูเรียบเนียนและเงางาม ทั้งยังสะท้อนความหรูหราและความคลาสสิกแบบไม่ต้องกลัวตกยุค เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระเป๋าที่ใช้ได้ทุกโอกาส ดูดีตลอดกาล

กระเป๋าหนังคาเวียร์แบบเม็ดกลาง แมตช์ได้กับทุกสไตล์

3. หนังคาเวียร์แบบเม็ดกลาง (Medium Grain Caviar)

หนังคาเวียร์แบบเม็ดกลางเป็นทางเลือกที่ลงตัวระหว่างความแข็งแรงของเม็ดใหญ่และความนุ่มนวลของเม็ดเล็ก ทำให้ได้ความสมดุลทั้งในด้านการใช้งานที่ทนทานและความสวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกแบบที่ดูดี ไม่จัดเต็มหรือดูเบาเกินไป

กระเป๋าหนังคาเวียร์รุ่นฮิต ที่ครองใจเหล่าแฟชั่นนิสต้า

เมื่อพูดถึงกระเป๋าหนังคาเวียร์รุ่นฮิต ย่อมต้องมีชื่อ Chanel ขึ้นมาเป็นอันดับแรก เพราะหนังคาเวียร์คือซิกเนเจอร์ที่สร้างชื่อเสียงระดับโลก และเป็นหนึ่งในวัสดุที่ทำให้กระเป๋า Chanel ของแท้กลายเป็นไอคอนที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝัน

กระเป๋าหนังคาเวียร์สะท้อนภาพลักษณ์ที่หรูหราของผู้ถือ

Chanel Classic Flap

ไอคอนิกที่สืบทอดจากยุคของ Coco Chanel ดีไซน์เหนือกาลเวลา โดดเด่นด้วยโครงสร้างที่หรูหราและฟังก์ชันที่ใช้งานง่าย ยิ่งเมื่อทำจากหนังคาเวียร์ก็ยิ่งเพิ่มความทนทานให้ใช้งานได้ทุกวันโดยไม่เสียทรง ทั้งรูปลักษณ์ที่ดูพรีเมียมและคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ Classic Flap คือหนึ่งในกระเป๋าที่ถูกยกให้เป็น Must-Have ของนักสะสมทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นกระเป๋าที่มีมูลค่าขายต่อสูงที่สุดในตลาดรีเซล

Chanel Boy กระเป๋าหนังคาเวียร์รุ่นฮิตตลอดกาลของแบรนด์

Chanel Boy

หลังจากเปิดตัวในปี 2011 Chanel Boy ก็กลายเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สร้างกระแสนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่คนรักแฟชั่น ด้วยดีไซน์ทรงเหลี่ยมที่ดูแข็งแรง ทนทาน ตัดกับฮาร์ดแวร์สีทองหรือเงินที่มีความโมเดิร์น ช่วยเสริมให้ตัวกระเป๋ามีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทั้งเท่และหรูหราในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระเป๋าที่สะท้อนความมั่นใจและคาแรกเตอร์ที่ไม่ธรรมดา

Chanel WOC กระเป๋าหนังคาเวียร์ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรักแบรนด์เนม

Chanel Wallet on Chain (WOC)

กระเป๋าใบจิ๋วที่ถือว่าเป็น Entry-Level ของ Chanel แต่กลับได้รับความนิยมสูงไม่แพ้กระเป๋าหนังคาเวียร์รุ่นฮิตอย่างสองคอลเลกชันด้านบน โดย WOC สามารถใช้งานได้ทั้งในชีวิตประจำวันและโอกาสพิเศษ ดีไซน์กะทัดรัดแต่จุของได้มากเกินคาด เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มแฟชั่นนิสต้ารุ่นใหม่ที่มองหากระเป๋าที่พกพาง่ายและเหมาะสำหรับทุกโอกาส

วิธีทำความสะอาดหนังคาเวียร์อย่างถูกต้อง

แม้หนังคาเวียร์จะขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน แต่การดูแลรักษาที่เหมาะสมก็ยังสำคัญ เพื่อคงความงดงามและยืดอายุการใช้งาน

  • ใช้ผ้านุ่มเช็ดเบา ๆ หลังใช้งาน เพื่อลดการสะสมของฝุ่นหรือสิ่งสกปรก
  • เก็บในถุงผ้า (Dust Bag) เมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำหรือความชื้น หากเปียกให้ใช้ผ้าแห้งซับทันที และห้ามใช้ไดร์เป่าลมร้อน
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลหนังโดยเฉพาะ โดยควรเลือกสูตรอ่อนโยนที่ออกแบบมาสำหรับหนังแท้เท่านั้น

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาการลงทุนที่ทั้งคุ้มค่าและมั่นใจ BRANDNAME VOYAGE พร้อมให้บริการรับซื้อกระเป๋าแบรนด์ที่คัดสรรและตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด เพื่อให้ทุกใบที่ส่งต่อยังคงคุณค่าและความงดงามดังเดิม ไม่ว่าจะเป็นการขายต่อเพื่อต่อยอดคุณค่า หรือเลือกซื้อกระเป๋ามือสองในราคาที่จับต้องได้มากกว่าในช็อป สามารถชมสินค้าได้ผ่านทางเว็บไซต์ หรือเข้ามาที่หน้าร้านได้ทุกสาขา ได้แก่

  • BRANDNAME VOYAGE – RAMA 9 (ตึก G Tower ชั้น B เชื่อมกับเซ็นทรัลพระราม 9)
  • BRANDNAME VOYAGE – RANGSIT (Future Park รังสิต ชั้น 1 โซน Robinson)
  • BRANDNAME VOYAGE – PHUKET (Robinson Lifestyle ถลาง ชั้น 1)
  • BRANDNAME VOYAGE – CHIANG MAI ถนนมงฟอร์ต อำเภอเมืองเชียงใหม่ (เฉพาะรับซื้อ)

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Handbag Dilemmas: Chanel Caviar or Lambskin?. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 จาก https://saclab.com/chanel-caviar-or-lambskin/.
  2. The Guide to Chanel Leathers and Materials. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 จาก https://madisonavenuecouture.com/blogs/news/the-best-chanel-leather-for-your-bag?srsltid=AfmBOoqufq2MngVLCC7Zb-X0pQHuIRihrG-k__Dld06GomCff0SjRsEE.
Posted on Leave a comment

Chanel Size Guide พร้อมวิธีเลือกขนาดให้เหมาะกับคุณ

Chanel Classic เลือกขนาดไหนดี บทความนี้มีคำตอบ

เปรียบเทียบกระเป๋าชาแนลคลาสสิกทุกขนาด

Chanel Classic Flap Bag ถือเป็นกระเป๋าไอคอนิกเหนือกาลเวลาที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากสาว ๆ ทั่วโลก เพราะไม่ใช่เพียงแค่ความหรูหราในดีไซน์ แต่ยังเป็นกระเป๋าที่เหมาะทั้งสำหรับการใช้งานจริงและการลงทุน ด้วยความคลาสสิกที่ไม่มีวันตกเทรนด์ พร้อมดีไซน์ที่สามารถใช้งานได้ในหลากหลายโอกาส

หนึ่งในคำถามยอดนิยมจากผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อกระเป๋ารุ่นนี้ คือ Chanel Classic มีกี่ขนาด ? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับขนาดทั้งหมดของ Chanel Classic Flap และความแตกต่างของแต่ละไซซ์ พร้อมแนะนำขนาดที่เหมาะกับสไตล์ของคุณ

เปรียบเทียบกระเป๋าชาแนล

 

Chanel Classic มีกี่แบบ กี่ขนาด ?

Chanel Classic Flap Bag รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือแบบ Double Flap ซึ่งมีช่องด้านในสองชั้น พร้อมสายโซ่หนังอันเป็นเอกลักษณ์ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 7 ขนาดหลัก ได้แก่

  • Extra Mini
  • Mini Square
  • Mini Rectangular
  • Small
  • Medium
  • Jumbo
  • Maxi

ขนาดของ Chanel Classic แต่ละใบออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การเป็นกระเป๋าคู่ใจสำหรับถือไปงานสำคัญ ไปจนถึงรุ่นใหญ่ที่สามารถนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างจุใจ

ขนาด Chanel Classic 10 นิ้ว หรือรุ่น Medium อยู่ที่เท่าไร

หนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Chanel Classic Medium Flap Bag ซึ่งมีความกว้างโดยประมาณ 10 นิ้ว หรือ 25.5 เซนติเมตร จึงทำให้หลายคนนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า Chanel Classic 10 นิ้ว

ขนาดโดยประมาณของ Chanel Classic 10

  • กว้าง : 25.5 ซม. (10 นิ้ว)
  • สูง : 16 ซม.
  • ลึก : 6.5 ซม.

ด้วยขนาดที่ลงตัว จึงสามารถใส่ของจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ครบ เช่น กระเป๋าสตางค์ใบยาว โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องสำอางชิ้นเล็ก ๆ และยังคงดูหรูหรา ไม่เทอะทะ เหมาะกับทั้งลุคทางการและลุคแคชชวล

Chanel Classic Size Guide : ตารางเปรียบเทียบขนาด Chanel Classic Flap Bag

 

รุ่น ขนาด (ซม.) จุดเด่น
Extra Mini 17 x 10 x 5 ใบเล็กที่สุด เหมาะกับการใส่ของจิ๋ว ๆ เช่น บัตร ลิป
Mini Square 17 x 13 x 7 ขนาดกำลังพอดี ใช้งานง่าย เหมาะกับลุควันสบาย ๆ
Mini Rectangular 20 x 12 x 6 ใส่ของจำเป็นได้ครบ เช่น มือถือ กระเป๋าสตางค์
Small 23 x 14 x 6 ขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
Medium (10 นิ้ว) 25.5 x 16 x 6.5 ขนาดยอดนิยม ครอบคลุมทุกการใช้งาน
Jumbo 30 x 20 x 10 เหมาะสำหรับคนชอบพกของเยอะ ใช้งานได้คุ้ม แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา
Maxi 34 x 23 x 10 ขนาดใหญ่สุด สามารถใส่เอกสารได้ เหมาะกับลุคทางการและวันทำงาน

การเลือกขนาดกระเป๋า Chanel Classic ให้เหมาะกับการใช้งาน

 

ซื้อกระเป๋าชาแนล คลาสสิก เลือกขนาดไหนดี ?

การเลือกขนาดของกระเป๋า Chanel Classic ที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้ใช้งานสะดวก แต่ยังช่วยให้กระเป๋าเสริมบุคลิกได้อย่างลงตัว การเลือกให้ถูกขนาดจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การเลือกรุ่นหรือสีเลยทีเดียว โดยควรพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

ลักษณะการใช้งาน

ก่อนตัดสินใจซื้อ Chanel Classic ควรถามตัวเองก่อนว่า ต้องการที่จะใส่อะไรลงไปในกระเป๋าบ้าง

  • สำหรับคนที่พกของน้อย : เช่น มือถือ ลิปสติก บัตร และกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก รุ่น Mini Square หรือ Mini Rectangular จะตอบโจทย์ ด้วยน้ำหนักที่เบา ขนาดกะทัดรัด สะพายง่าย และยังดูดีในทุกสถานการณ์
  • สำหรับคนที่ต้องการใช้เป็น Everyday Bag : หากคุณต้องพกของจำเป็นในแต่ละวัน เช่น สมุดบันทึก แว่นตา หรือกระเป๋าสตางค์ใบยาว รุ่น Medium (10 นิ้ว) หรือ Jumbo จะเหมาะสมกว่า เพราะมีความจุมากขึ้นโดยไม่เทอะทะจนเกินไป

เคล็ดลับเพิ่มเติม : รุ่น Medium เป็นรุ่นที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์และได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่สาว ๆ ทั่วโลก เพราะเป็นรุ่นที่บาลานซ์ทั้งดีไซน์และการใช้งานได้อย่างลงตัว

รูปร่างและความสูง

  • สาวร่างเล็กหรือรูปร่างเล็กบาง : ควรหลีกเลี่ยงรุ่น Jumbo หรือ Maxi เพราะอาจทำให้ดูตัวเล็กลงไปอีก และกระเป๋าอาจใหญ่เกินสมดุลของรูปร่าง ให้เลือกรุ่น Mini, Small หรือ Medium ที่เสริมลุคได้ดีกว่า
  • สาวร่างสูง หรือรูปร่างสมส่วน : สามารถถือรุ่น Medium, Jumbo หรือ Maxi ได้อย่างมั่นใจ เพราะขนาดกระเป๋าจะสมดุลกับรูปร่าง และช่วยสร้างลุคที่ดูโดดเด่น

โอกาสในการใช้งาน

ในบางครั้ง ขนาดของกระเป๋าที่เหมาะสม ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้ ไม่ว่าจะเป็นงานทางการหรือวันสบาย ๆ

  • ใช้ในโอกาสทางการ : เช่น งานประชุม งานสัมมนา หรือดินเนอร์กลางคืน เลือกรุ่น Small หรือ Medium เพราะมีขนาดพอดี ใส่ของได้ครบ และดูสุภาพ
  • ใช้งานในชีวิตประจำวัน : เช่น ไปทำงาน ออกไปคาเฟ่ หรือท่องเที่ยว เลือก Medium หรือ Jumbo ที่มีพื้นที่เพียงพอและคล่องตัวสำหรับการใช้งานหลากหลาย
  • เดินทางต่างประเทศ หรือไปงานแฟชั่น : รุ่น Mini เหมาะอย่างยิ่ง เพราะน้ำหนักเบาและไม่กินพื้นที่ในกระเป๋าเดินทาง

หากคุณกำลังมองหากระเป๋า Chanel Classic ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Mini, Medium หรือ Jumbo ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมความมั่นใจว่าเป็นของแท้ 100% แนะนำให้เลือกซื้อจากร้านที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านแบรนด์เนมโดยเฉพาะ โดย BRANDNAME VOYAGE คือศูนย์กลางสำหรับซื้อ-ขาย-ฝากขายกระเป๋าแบรนด์เนมแท้ ที่พร้อมให้บริการคุณด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจสินค้าระดับไฮเอนด์อย่างแท้จริง เราคัดสรรเฉพาะกระเป๋าแท้ มีใบรับรองทุกใบ มี Chanel Classic Flap ให้เลือกหลากหลายขนาด เราพร้อมดูแลคุณด้วยความจริงใจและใส่ใจทุกดีเทล เลือกซื้อได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ หรือเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าที่หน้าร้านทั้ง 2 สาขาหลัก ได้แก่ G Tower Rama 9 ชั้น B (ทางเชื่อมเซ็นทรัลพระราม 9) และ Future Park รังสิต ชั้น 1 โซน Robinson หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. The Ultimate Chanel Classic Flap Bag Size Guide: Find Your Perfect Fit. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 จาก https://www.xupes.com/blog/post/the-ultimate-chanel-classic-flap-bag-size-guide-find-your-perfect-fit-%7C-xupes
Posted on Leave a comment

กระเป๋า Chanel Classic ยังน่าเก็บสะสมอยู่ไหม ?

กระเป๋า Chanel Classic ถือเป็นหนึ่งในไอเทมที่สาวกแบรนด์เนมทั่วโลกต่างใฝ่ฝันอยากมีไว้ในครอบครอง ด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์และความงามเหนือกาลเวลา ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ยังคงได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะผ่านมากี่ทศวรรษก็ตาม แต่คำถามสำคัญคือ “Chanel Classic ยังน่าเก็บสะสมอยู่ไหม ?” บทความนี้จะพาคุณสำรวจเหตุผลต่าง ๆ ที่ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ยังคงเป็นที่สนใจ พร้อมตอบคำถามยอดฮิตว่า “Chanel Classic มีกี่แบบ” และมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระเป๋า Chanel Classic

ความโดดเด่นของ Chanel Classic ที่ไม่เคยเลือนหาย

ด้วยดีไซน์ที่เหนือกาลเวลาและความประณีตในการผลิตกระเป๋า Chanel Classic ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและความเป็นอมตะในวงการแฟชั่น ความลงตัวระหว่างศิลปะและการใช้งานทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ครองใจผู้คนทุกยุคทุกสมัย

1. ดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา

กระเป๋าชาแนลคลาสสิกได้รับการออกแบบโดย Gabrielle “Coco” Chanel และมีการปรับโฉมใหม่ในปี 1983 โดย Karl Lagerfeld ซึ่งเพิ่มความโดดเด่นด้วยโลโก้ CC Turn-Lock และฮาร์ดแวร์โลหะที่เป็นเอกลักษณ์ ความเรียบหรูของดีไซน์ช่วยให้กระเป๋ารุ่นนี้เหมาะกับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นงานทางการหรือวันสบาย ๆ

2. วัสดุคุณภาพสูง

กระเป๋าชาแนลคลาสสิกผลิตจากวัสดุหลากหลาย เช่น หนังแกะ (Lambskin) ที่ให้สัมผัสนุ่มหรูหรา และหนังคาเวียร์ (Caviar) ที่มีความทนทานต่อรอยขีดข่วน อีกทั้งยังมีตัวเลือกที่เป็นวัสดุอื่น ๆ เช่น ผ้า Tweed หรือหนังเอ็กโซติกที่หายาก ทำให้กระเป๋าแต่ละใบมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์

3. ขนาดที่หลากหลาย

หากคุณสงสัยว่าขนาดของ “Chanel Classic มีกี่แบบ” คำตอบคือ กระเป๋ารุ่นนี้มีทั้งหมด 6 ขนาด ดังนี้

  • Mini Square Classic : ขนาด 17 x 13.5 x 8 เซนติเมตร (6.6 x 5.3 x 3.1 นิ้ว)
  • Mini Rectangular Classic : ขนาด 20 x 12 x 6 เซนติเมตร (7.8 x 4.7 x 2.3 นิ้ว)
  • Small Classic : ขนาด 23 x 14.5 x 6 เซนติเมตร (9 x 5 x 2.3 นิ้ว)
  • Medium Classic : ขนาด 25.5 x 15.5 x 6.5 เซนติเมตร (9.9 x 6 x 2.5 นิ้ว)
  • Jumbo Classic : ขนาด 30 x 19.5 x 10 เซนติเมตร (11.7 x 7.6 x 3.9 นิ้ว)
  • Maxi : ขนาด 33 x 23 x 10 เซนติเมตร (12.9 x 9 x 3.9 นิ้ว)​

ซึ่งชาแนลคลาสสิกแต่ละขนาดตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน โดยขนาด Mini และ Small เหมาะสำหรับวันสบาย ๆ หรือออกงานเล็ก ๆ ในขณะที่ Jumbo และ Maxi เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรืองานที่ต้องการความจุ

เหตุผลที่ Chanel Classic น่าเก็บสะสม

1. มูลค่าที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กระเป๋า Chanel Classic น่าสะสมคือมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาของกระเป๋าในแต่ละปีมีการปรับเพิ่มขึ้นเสมอ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการปรับราคาขึ้นถึง 2-3 ครั้งในปีเดียว ! เช่น รุ่น Medium Flap Bag ที่ในปี 2010 มีราคาประมาณ 120,000-140,000 บาท แต่ในปัจจุบันกลับมีราคาสูงถึงประมาณ 432,000 บาท

2. ความต้องการในตลาดมือสอง

กระเป๋า Chanel Classic เป็นที่ต้องการสูงในตลาดมือสอง (Resale Market) โดยเฉพาะขนาด Medium และ Small ที่เป็นขนาดยอดนิยม ซึ่งราคาขายต่อมักสูงกว่าราคาซื้อเดิมหากอยู่ในสภาพดี อีกทั้งยังมีการผลิตรุ่น Limited Edition ที่นักสะสมต้องการเป็นพิเศษอีกด้วย

3. ความหลากหลายของดีไซน์และสีสัน

นอกจากวัสดุที่หลากหลายแล้วกระเป๋า Chanel Classic ยังมีสีสันให้เลือกมากมาย ทั้งสีคลาสสิก เช่น ดำและเบจ หรือสีพิเศษในคอลเลกชันตามฤดูกาล เช่น สีชมพูพาสเทล สีฟ้าอ่อน หรือแม้กระทั่งสีเมทัลลิกที่เพิ่มความหรูหรา ให้แก่กลุ่มแฟนพันธุ์แท้ที่ต้องการเก็บไว้เป็นคอลเลกชัน

สรุปแล้ว ควรซื้อกระเป๋า Chanel Classic หรือไม่ ?

กระเป๋า Chanel Classic นับเป็นไอเทมที่เหล่าสาวกแบรนด์เนมหลายคนอยากมีไว้ครอบครองสักใบ ด้วยดีไซน์ของกระเป๋านั้นมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเหนือกาลเวลา ตกแต่งด้วยฮาร์ดแวร์โลหะสีทอง CC Turn-Lock โดยนักออกแบบแฟชั่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก กระเป๋าชาแนลผลิตขึ้นจากวัสดุคุณภาพเยี่ยม ที่มีความหลากหลายทั้งผ้าและหนัง เเละมีถึง 6 ขนาดด้วยกัน ตั้งเเต่ไซส์ MINI จนไปถึงไซส์ MAXI เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เก็บสะสมเเล้วมีเเต่กำไรเเน่นอน เพราะราคาใน Shop ของ Chanel เองมีการขยับราคาขึ้นทุกใบและในบางปีนั้นมีการขยับราคากระเป๋ารุ่นนี้ขึ้นถึง 3 ครั้งในปีเดียว ! จึงบอกได้เลยว่าการเก็บสะสมกระเป๋ารุ่นนี้นั้นได้ทั้งกำไรที่ได้สะพายและกำไรที่เป็นเงินสดแน่นอน

สนใจกระเป๋า Chanel Classic มือสองสภาพดี ราคาเป็นมิตร ต้องมาเลยที่ BRANDNAME VOYAGE ยินดีให้คำปรึกษาและบริการด้วยความเชี่ยวชาญและความใส่ใจ เราเป็นแหล่งรวมกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองมากมายหลายรุ่น ให้คุณเลือกช็อปได้แบบจุใจ สินค้าทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบแล้วโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในวงการแบรนด์เนมมาอย่างยาวนาน มั่นใจได้ว่าของแท้ 100%

เลือกชมสินค้าได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ หรือเข้ามาที่หน้าร้าน ได้แก่ เซ็นทรัลพระราม 9, ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และเชียงใหม่ (รับซื้ออย่างเดียว) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Posted on Leave a comment

BRANDNAME VOYAGE กับสินค้ามือสอง ?

BRANDNAME VOYAGE เชื่อว่าสินค้าแบรนด์เนมมือสองทุกชิ้นล้วนมีคุณค่า เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คุณค่าของสิ่งเหล่านี้ก็ไม่เคยลดน้อยลงตามกาลเวลา ถือเป็น Timeless Items ที่ยังคงสามารถส่งต่อให้กับผู้คนมากมายที่ต้องการเป็นเจ้าของ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ และเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ตัวเอง เราจึงอยากเป็นส่วนสำคัญ ในการผลักดันการแลกเปลี่ยนเพื่อส่งต่อความรัก คุณค่า และความมั่นใจ ในหมู่คนที่รักในสินค้าแบรนด์เนม

เราพร้อมในการสร้างทัศนคติที่ดีต่อสินค้ามือสองให้ผู้คนรับรู้และเกิดการปรับเปลี่ยนมุมมองและค่านิยมใหม่ๆที่มีต่อสินค้ามือสอง

BRANDNAME VOYAGE มุ่งมั่นที่จะสร้าง BRANDNAME COMMUNITY สำหรับสินค้ามือสองที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ และมีความเป็นธรรมให้แก่ผู้ที่รักและชื่นชอบในสินค้าแบรนด์เนม

และด้วยความมุ่งมั่นนั้นเองเราจึงมีบริการด้านแบรนด์เนมอย่างครบวงจรและครอบคลุมความต้องการของคุณลูกค้า

เช่น การจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมของแท้ รับซื้อแบรนด์เนมให้ราคาสูง ฝากขายแบรนด์ขายออกไว สปากระเป๋าใบโปรดของท่าน

ซึ่งในแต่ละบริการเรายังมีการแบ่งประเภทอย่างหลากหลายแบบที่จะตอบโจทย์ให้แก่คุณลุกค้าตามความต้องการ เช่น รับซื้อแบรนด์เนมถึงหน้าร้านบ้าน รับซื้อแบรนด์เนมที่หน้าร้าน

ด้วยเหตุนี้ ปัจจุบันเราจึงได้รับความไว้วางใจที่มากขึ้นมาโดยตลอด จากการที่เราไม่หยุดศึกษาและเข้าใจความต้องการของลูกค้าทุกท่าน เพื่อส่งมอบ “ความเป็นที่สุด” ทั้งในเรื่องของสภาพสินค้า และราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมผู้เชี่ยวชาญมากมายที่ยินดีให้บริการอย่างเต็มที่